ดองไว้จนเค็มปี๋เลย ฮ่าฮ่าฮ่า
 
มาเริ่มกันต่อของช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 30
ปล่อยในคนอื่นเล่นน้ำ จัดเก็บกระเป๋ากันที่บ้าน
ผม โบว์ และน้องกวาง ก็ขับแมงกะไซคันแรงไปซื้อมื้อเที่ยง
ตอนนั่งรถยนต์ไปรีสอร์ทว่าสมบุกสมบันแล้ว  มอ'ไซด์ลำบากกว่า
ทางที่เป็นเขาเป็นเนินตลอด กับ มอ'ไซด์ซ้อน3 นี่ขับลำบากมากๆ
แต่เรื่องหมวกกันน็อคอะไรพวกนี้ไม่ต้องห่วง  บนนั้นไม่มีตำรวจ(สักคน)

เริ่มด้วยการซื้อก๋วยเตี๋ยว  บนนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวพม่า จะใส่พวกถั่วฝักยาวด้วย
ราคาถุงละ 20 บาท แต่เยอะอย่างกับ 30 ปกติกินที่บ้าน 2 ถุง ที่นี่ถุงเดียวอิ่ม
สั่งก๋วยเตี๋ยวไว้แล้วก็ไปซื้ออย่างอื่นต่อ พวกส้มตำ ไส้กรอก อะไรประมาณนั้น
การสื่อสารที่นี่หากเป็นคนไทยก็ง่ายหน่อย  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกระเหรี่ยง
คนไทยที่นี่เหมือนชนกลุ่มน้อยไปเลย  เพราะส่วนคนที่นี่จะจ้างกระเหรี่ยงไว้เยอะ
คุยกับพวกเขาก็ต้องทำใจหน่อย  บางทีก็ไม่ค่อยเข้าหูเราเท่าไหร่ ภาษาเขาจะห้วนๆ

พอสั่งอาหารไว้ก็แอบหนีออกนอกโปรแกรมทัวร์ไปดูจุดปล่อยเรือยางที่จะล่องพรุ่งนี้
ใกล้ๆ กับจุดปล่อยเรือ ก็จะเป็นไร่ยาสูบ  ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับบ้านเราเลย
 
 
โทรทัศน์ของที่นี่จะต้องดูจากดาวเทียมเท่านั้น  เพราะไม่มีสถานีส่งบนนี้
และบ้านส่วนใหญ่ที่นี่จะใช้ไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ เพราะโรงไฟฟ้าที่นี่ใช้เครื่องปั่นไฟ
มันเป็นแบบไหนก็ไม่รู้นะ  แต่เขาว่ามาอย่างนั้น
 
 
หลังจากทานมื้อเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางไปไปวัดน้ำดั้น
วัดนี้จะมีบ่อน้ำที่ไม่เคยแห้ง เพราะมีตาน้ำอยู่ (น้ำดั้น ก็แปลว่า น้ำผุด)
ถ้าสังเกตจากรูปจะเห็นบริเวณที่น้ำเป็นสีเขียวๆ ตรงนั้นคือที่น้ำผุดขึ้นมา
 
 
ปลาที่นี่ตัวใหญ่ๆ กันทั้งนั้นเลย  ค่อนข้างเชื่องด้วย  น่ารักมาก  หิวว้อย~


วัดต่อมาจำชื่อวัดไม่ได้  ไว้จะเอามาบอกอีกที
วัดนี้มีฆ้องอันใหญ่อยู่หนึ่งอัน  ตรงปุ่มตากลางฆ้องนี้  เชื่อว่าคนมีบุญแค่มือลูบฆ้องก็ดัง
ลุงสมชายบอกพาคณะทัวร์มาที่นี่หลายปีไม่เคยมีคนลูบแล้วดังสักคนเดียว
น้องกวางให้ฆ้องมีเสียงได้นิดหน่อย  แต่น้องก้านแค่ลูบเบาๆ เสียงก็กังวานจนหูแทบแตก - -"
 
 
โปรแกรมสุดท้ายของวัน  ไปเที่ยวถ้ำ  "ตะโค๊ะบิ"
ชื่อถ้าแปลว่า ถ้ำมะม่วง  ที่มาอาจเป็นเพราะหน้าถ้ำมีต้นมะม่วงมั้ง  ฮิ้ววว

ไปถึงถ้ำก็เย็นแล้ว เลยไม่สามารถเดินจนถึงทางออกที่ด้านได้  เพราะมันอันตราย
เลยเดินชมกันแค่ครึ่งทาง  ในถ้ำแม้เป็นกลางวันก็มืดสนิท  ด้านหน้าถ้ำจึงมีไฟฉายให้เช่า
และด้วยมุกของไกด์พิเศษที่เพื่อนผมมันหาให้ทำให้การเดินชมสนุกขึ้นเยอะ
ไกด์เป็นวัยรุ่น 2 คน เล่นมุกผวนคำตลอด เวลาดูหินงอกหินย้อยก็จะเล่นมุกกับเงาด้วย
 
 
ถ้าภาพชุดนี้ดูไม่ค่อยรู้เรื่องก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ  เพราะผมก็ไม่รู้จะถ่ายยังไงแล้ว
 
 
แยกภาพเป็นแนวตั้งกับแนวนอน
 
 
โอกาสหน้าต้องเดินให้ถึงอีกด้านให้ได้  หยี
 
พอกลับมาถึงรีสอร์ทก็ปล่อยให้ป้าๆ ทำกับข้าว 
หนุ่มๆ สาวๆ ออกแว๊บไปเดินเล่นหมู่บ้านกระเหรี่ยง
 
 
ที่นี่เขาเอาไม้สักทองมาทำเป็นฟืนก่อนไฟแก้หนาว - -"
 
ขากลับแวะกระโดดกันนิดหน่อย  ลันล้า

วันแรกจบลงด้วยการสุขสันต์วันเกิดให้คุณพ่อของวัฒ
พรุ่งนี้มาติดตามการเดินทางในวันที่2 ของอุ้มผางนะครับ
วันนี้ขอลาไปนอนก่อนครับ  ไหว้

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ confused smile

#2 By scoutmf on 2010-10-07 18:32

ดูสนุกจัง
รูปถ่ายสวยมากconfused smile confused smile confused smile

#1 By ปิยะ99 on 2010-10-07 14:20